กระแสนิยมอาบแดดให้ผิวแทนดูเปล่งปลั่งสุขภาพดีปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มหนุ่มสาวที่รักการอาบแดด ไม่ก็ชื่นชอบการออกกำลังและเล่นกีฬากลางแจ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บางคนก็คิดว่า ผิวแทนนี่แหละยิ่งช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ ว่าแต่การพาร่างไปบ่มแดดบ่อยๆ แท้จริงแล้วดีต่อสุขภาพและความงามเราหรือไม่


หรือส่งผลเสียอะไรบ้างกับผิว ลองมาทำความเข้าใจจากปากผู้เชี่ยวชาญกันสักนิด ประดับความรู้ติดตัวก่อนจะออกไปเริงร่ารับแดดรับร้อนนี้กัน



ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าการอาบแดดที่ปลอดภัย


การอาบแดดเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมของชาวตะวันตกที่หลังผ่านเดือนอันหนาวเหน็บ พอเข้าหน้าร้อนจึงต่างโหยหาความอบอุ่นของแสงแดดกัน และเชื่อว่า ผิวบ่มแดดดูสุขภาพดีกว่าผิวขาวซีดเซียว แถมสะท้อนฐานะมีอันจะกินรุ่มรวยไปท่องเที่ยวอาบแดดตามสถานที่ตากอากาศได้ แต่ปัจจุบันการศึกษาต่างๆ เริ่มชี้ให้เห็นว่า วัฒนธรรมดังกล่าวส่งผลเสียต่อสุขภาพและความงามไม่น้อย แม้แต่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาเองยังระบุว่า ‘ไม่มีสิ่งใดที่เรียกว่าการอาบแดดที่ปลอดภัย’ นั่นหมายรวมถึงทั้งการอาบแดดตามธรรมชาติ และการอาบแดดเทียมในร่มด้วยการใช้เตียงอาบแดดไฟฟ้าที่ใช้แสงยูวี


ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่องค์การ FDA สหรัฐอเมริกากล่าวเช่นนั้น เป็นเพราะตามสถิติแล้ว แต่ละปีมีชาวอเมริกันไม่น้อยกว่า 4 แสนคน ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งผิวหนังจากการอาบแดดเทียม ผลเสียด้านสุขภาพนั้นเรียกว่าร้ายแรงกว่ามะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่เท่าตัว



รังสียูวีทำอะไรเราบ้าง


ข้อแรก ผิวมีแนวโน้มจะไหม้ แดง ลอกได้ ทั้งนี้ความทนทานต่อแสงแดดในผิวแต่ละคนต่างกันไป ส่งให้เกิดระดับการไหม้มากน้อยต่างกันไป แต่โดยรวมผลกระทบในผิวมักเหมือนๆ กัน คือ ผิวชั้นนอกถูกทำร้าย ต่อเนื่อง ทำให้ผิวภายในอักเสบ โดยแสงแดดจะไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันผิวให้ทำงานมากขึ้น



และส่งเลือดมาเลี้ยงบริเวณที่โดนแดดมากขึ้น ที่เราเห็นว่าผิวแดงๆ และอุ่น หรือร้อนขึ้น ในขณะเดียวกัน เซลล์ผิวที่ถูกรบกวนก็หลั่งสารเคมีไปทั่วร่างกาย และส่งสัญญาณไปยังสมอง กลายเป็นอาการแสบร้อนที่เรารู้สึกขึ้นมา


ข้อสอง สีผิวคล้ำขึ้นและอาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เพราะรังสียูวีไปกระตุ้นการผลิตเมลานินหรือเซลล์เม็ดสีให้มากขึ้น อันเป็นกลไกอัตโนมัติของผิว เพื่อสร้างเมลานินออกมาปกป้องผิว การปล่อยให้ผิวโดนแดดมากๆ หรืออาบแดดเป็นประจำ โดยไม่ทาครีมกันแดดป้องกันเลย นอกจากผิวคล้ำแล้ว จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังได้ เพราะคลื่นรังสี Long-UVA จะส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นลึก โครงสร้างผิว และการทำงานของเซลล์ผิว ระบบภูมิคุ้มกันผิว รวมทั้งไปรบกวน DNA ของผิวชั้นในด้วย



ข้อสาม แน่นอนว่า ผิวร่วงโรยก่อนวัย จุดสังเกตง่ายๆ คือ ริ้วรอยเพิ่มขึ้น ชัดขึ้น และจุดด่างดำตามมา ทั้งนี้ ผลการวิจัยจากศูนย์ลอรีอัล ประเทศฝรั่งเศส เปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจากผิวที่ได้รับรังสี Long-UVA เป็นเวลา 48 ชั่วโมง โดยพบว่า เกิดผลกระทบหลักๆ คือ ทำให้จำนวนไฟโบรบลาสต์ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินในผิวลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดความแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และผิวหนังเหี่ยวย่น


การบ่มแดดอย่างถูกวิธี



1. เตรียมผิวด้วยการสครับผิว โดยขัดผิวอย่างเบามือในขณะอาบน้ำเพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ ซึ่งจะทำให้ผิวก็ดูดซึมครีมเปลี่ยนสีผิวและรับแสงแดดได้ดีขึ้น ต่อมาก็บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยโลชั่นหรือครีมทาผิวตามปกติ ควรทำ 2-3 วันก่อนเริ่มการอาบแดด



2. ทาครีมเปลี่ยนสีผิวหรือเฟคแทน ทั้งในรูปแบบของโฟม มูส หรือครีม เพื่อเป็นฐานให้ผิวดูแทนและเรียบเนียนเท่ากันทั้งตัว



3. ทาบอดี้ออยล์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันอะโวคาโด เพื่อเคลือบผิวและป้องกันการสูญเสียน้ำใต้ชั้นผิว วิธีนี้นอกจากจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวแล้ว น้ำมันยังทําหน้าที่เป็นสารกันแดดธรรมชาติด้วย


4. ทาครีมกันแดด อยากจะมีสีผิวแทนเข้มขนาดไหน ก็ห้ามลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาด เพราะอย่างน้อยคุณควรมีตัวช่วยปกป้องผิวกันสักนิด ซึ่งแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนว่าอยากใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ระดับไหน ซึ่งเราขอแนะนำค่า SPF 15 ที่ให้แสงแดดผ่านมาโดนผิวได้ 1 ใน 15 ของรังสีจากแสงแดด



5. เลือกช่วงเวลาอาบแดดให้ดี ช่วงเช้าถึงสายและช่วงเย็นคือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการอาบแดดมากที่สุด เพราะแสงแดดไม่แรงจนเกินไป เมื่อนอนอาบแดดจะไม่แสบผิว ซึ่งหากเปรียบเทียบกับช่วงกลางวันตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็นที่แดดร้อนจัดแล้วอาจทำให้ผิวไหม้ได้



6. รู้ระยะเวลาอาบแดดของตัวเอง แต่ละคนพออาบแดดไปสักพักแล้ว จะถึงจุดที่ผิวไม่ผลิตเมลานินอีกต่อไป ดังนั้น การนอนอาบแดดนานๆ ทั้งวันใช่ว่าจะดี เพราะเสี่ยงให้ผิวไหม้เบิร์นได้ โดยปกติในคนผิวเข้มจะอยู่ที่ 2-3 ชั่วโมง และคนผิวขาวเร็วกว่านั้น ทว่า ก็ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของแต่ละสถานที่ด้วย อย่างสำหรับประเทศไทยที่แดดแรงมากนั้น แนะนำให้อาบแดดต่อเนื่องไม่เกิน 30 นาที โดยสลับนอนคว่ำและหงายข้างละ 15 นาที จากนั้นให้หยุดพัก 1-2 ชั่วโมง เพราะร่างกายเสียน้ำจะรู้สึกเพลียๆ แม้ไม่ได้ออกแรง จึงควรพักและดื่มน้ำมากๆ ก่อนกลับมาอาบแดดต่อ


7. หลังอาบแดดแล้ว อาบน้ำให้สะอาด แต่ไม่ต้องขัดถูแรง แล้วตามด้วยอาฟเตอร์ซันโลชั่นทุกครั้ง เพื่อช่วยปลอบประโลมผิวให้ผิวชุ่มชื่น และช่วยเก็บสีผิวแทนได้นานขึ้น



8. ทา Aloe Vera Gel หรือเจลว่านหางจระเข้หลังการอาบแดด เพื่อบรรเทาอาการแสบผิวหลังจากที่ตากแดดเป็นเวลานาน แถมช่วยปรับผิวให้เย็นขึ้น